ธันวาคม 12, 2009 โดย yrna

หมู่บ้านเหมือนเป็นแผนที่ความรู้สึกของผมที่มีต่อคนรอบข้าง เป็นงานที่ผมเขียนชื่อครอบครัว เพื่อนๆ คนรู้จัก คนไหนเป็นเพื่อนสนิทกับคนไหน บ้านจะอยู่ใกล้กัน คนที่ไม่ถูกกัน ก็ไว้ให้ห่างหน่อย มีสถานที่หรือร้านค้าที่ผมชอบไป เช่นไปรษณีย์ ร้านหนังสือ เพื่อนบางคนที่ชอบทำเค้ก ก็มีร้านเค้กอยู่ใกล้ๆ มีอุทยานแห่งชาติ มีสถานีรถไฟ มีแม่น้ำและภูเขา มีเส้นทางที่กลับไปยังสถานที่แห่งความทรงจำอย่างง่ายดาย ทั้งที่ความเป็นจริงห่างแสนไกล ตอนผมวาดผมนึกถึงตอนวาดเล่นสมัยเด็ก นึกถึงว่าใครที่เรารู้จัก บางคนไม่ได้เจอกันแล้วก็มี หมู่บ้านของคุณเป็นอย่างไรบ้าง มีผมอยู่ในนั้นหรือเปล่า
บันทึกโพสใน Uncategorized | Leave a Comment »
ธันวาคม 11, 2009 โดย yrna
วันนั้นรีบไปทำงาน
ประตูรถปิดไม่ได้เพราะมีก้อนเมฆติดอยู่
ต้องรอให้เมฆกลั่นตัวเป็นน้ำฝนอยู่นาน
ประตูจึงปิดได้
ระหว่างทางสังเกตหลายคนจ้องมาที่ประตูรถ
ดูีุรุ้งกินน้ำ
บันทึกโพสใน Uncategorized | Leave a Comment »
ธันวาคม 11, 2009 โดย yrna
ผมจัดเตรียมหนังสืองานศพของผมเรียบร้อยแล้ว
เหลือเพียงแต่ขั้นตอนการพิมพ์
โรงพิมพ์บอกผมว่า พิมพ์ขั้นต่ำ 1000 เล่ม
น้อยกว่านั้นไม่คุ้ม เจ้าของโรงพิมพ์บอก
ผมนับดูคนที่จะมางาน ไม่ถึงยี่สิบคนเลย ให้ไปคนละ 50 เล่ม
ก็ไม่รู้จะเอาไปทำอะไร
ผมลังเลอยู่สักพักและตัดสินใจพิมพ์
เจ้าของโรงพิมพ์ ขอเวลาสองอาทิตย์ในการจัดพิมพ์
ผมขอเร่งให้เสร็จภายในหนึ่งอาิทิตย์ได้หรือไม่
เขาบอกว่าไม่ได้จริงๆเพราะช่วงสิ้นปีมีงานพิมพ์ปฏิทินเข้ามามาก
หนังสือของผมจึงต้องรอนานหน่อย
ผมมีเวลาเพิ่มขึ้นอีกหน่อย หนึ่งอาิทิตย์ไปเดินป่า ปรกติผมชอบไปทะเลมากกว่าป่าหรือภูเขา
ไม่รู้ทำไมเวลาก่อนตายเช่นนี้ผมกลับนึกถึงป่ามากกว่า
ไม่ต้องมีใครให้บอกลามากมาย ผมโทรศัพท์ไปหาคนรู้จักทั้งหมดนัดแนะวัน
บางคนมาไม่ได้ด้วยซ้ำเพราะติดธุระอย่างอื่น
เช้าวันนั้นผมมารับหนังสืองานศพตัวเอง 1000 เล่ม
ขับไปสถานที่จัดงาน สองข้างทางเป็นทุ่งหญ้าสีเขียวสด ฟ้าสีเทา
ผมเปิดวิทยุสถานีที่ชอบฟัง
ผมมาถึงเร็วก่อนเวลา ยังไม่มีใครมานอกจาก เพื่อนสนิทสมัยมัธยมคนหนึ่ง
ผมลงไปนอนรอในโลงเปิดฝา มองท้องฟ้า เมฆสีเทาเคลื่อนช้า เขานั่งอยู่ที่ขอบโลง เปิดหนังสือของผมอ่านและหัวเราะในบางข้อความ บางตัวอักษร
เสียงรถของเธอเลี้ยวเข้ามาจอด เธอโผล่หน้ามามองและยิ้ม
“เมื่อเช้าก่อนออกจากบ้าน คุณลืมปิดตู้เย็นน่ะ”
“โทดที ผมคงรีบไปหน่อย”
วันนี้เธอใส่ชุดสีฟ้ายาว อากาศเป็นไปอย่างที่ผมชอบ
เมื่อเวลามาถึง ผมก็ไม่รู้สึกอะไรอีก หนังสือที่เหลือ 997 เล่ม
ผมเอาติดตัวไปด้วย เผื่อมีใครอยากอ่าน
บันทึกโพสใน Uncategorized | Leave a Comment »
ธันวาคม 11, 2009 โดย yrna
บันทึกโพสใน Uncategorized | Leave a Comment »
พฤศจิกายน 24, 2009 โดย yrna
จำได้ว่าคืนนั้นเธอร้องไห้
เธอคงร้องไห้เพราะเรื่องของเขา เรื่องอะไรสักอย่าง
เขาปลอบเธออยู่นาน เธอก็ยังร้องไม่หยุด
ผมเคยสนิทกับเธอมากๆ แต่นั่นก็ผ่านมานานแล้ว
ผมไม่ได้เข้าไปปลอบเธอในคืนนั้น ผมไม่รู้ว่าเธอร้องไห้เรื่องอะไร
วันนี้เขาและเธอยิ้มมีความสุข
ดูเหมือนว่าเรื่องเศร้าๆในวันนั้นไม่ได้มารบกวนทั้งสองอีกต่อไปแล้ว
ผมยืนมองทั้งสองอยู่ห่างๆ
เธอหันมายิ้มให้ผมเล็กน้อย
ผมคิดถึงวันเก่าก่อนนั้น
วันที่ผมยังมีใครให้ปลอบ
บันทึกโพสใน Uncategorized | Leave a Comment »
พฤศจิกายน 19, 2009 โดย yrna
หมู่นี้โทรศัพท์ดัง แต่ไม่มีใครรับ
ผมก็ไม่รับ ผมรู้ว่าไม่ใช่โทรศัพท์ถึงผม
ไม่มีใครแล้วสักคน ผมก็ไม่รับ
ปล่อยมันดังไป ดังน่ารำคาญ เสียงแหลม
ปรับเป็นเสียงอื่นไม่ได้จริงๆ
ผมทดลองวาดภาพประกอบเสียงโทรศัพท์
ผมทำดนตรีทดลองประกอบเสียงโทรศัพท์
ผมทำกับข้าวประกอบเสียงโทรศัพท์
ท้องฟ้าโปร่ง เสียงโทรศัพท์
ผมออกมาคุยกับแมวข้างนอก
เสียงโทรศัพท์ดังไกลๆ ผมชอบเสียงแบบนี้ที่สุด
ไม่ทราบใครโทรมา
แต่ก็ไม่ใช่โทรศัพท์ถึงผมหรอกผมแน่ใจ
บันทึกโพสใน Uncategorized | 1 ความคิดเห็น »
พฤศจิกายน 7, 2009 โดย yrna
บทสัมภาษณ์หญิงสาวที่เป็นแมว
“ทำไมคุณอยากเป็นแมวล่ะ”
“เหมียว”
“คุณชอบแมวหรือไง”
“เหมียว เหมียว”
“คุณเป็นแมวไปแล้วจริงๆหรอ”
“เมี๊ยววว”
นั่นคือเวลาที่เธอกลายเป็นแมวไปแล้ว เธอจะไม่พูดอะไรเลยนอกจาก เหมียว เหมียว
ผมกับเธอเริ่มพูดคุยสบายๆในร้านกาแฟ ในวันถัดมา
วันนั้นผมพกพจนานุกรมแมวมาด้วย เราจึงสนทนากันอย่างเข้าใจ
เธอบอกว่า เธอไม่ได้เป็นแมวตลอดหรือทุกวันหรอก อาจเป็นวันที่เธอเครียดกับงานมากๆ
หรือวันที่ร่างกายเธออ่อนแอ เธอจะเป็นแมว เมื่อเธอเป็นแมวเธอก็จะอยู่บ้าน หรือนั่งรถไฟไปทะเลใกล้ๆ
เราคุยกันอีกสองสามเรื่อง เธอก็ชวนผมไปทะเล เธอขอแวะร้านหนังสือก่อน
“แมวชอบอ่านหนังสืออะไรหรือ”
เธอบอกว่า หนังสือเกี่ยวกับบ้าน ต้นไม้ อะไรที่ผ่อนคลาย อาจเป็นสมุดเปล่าไม่มีเส้นก็ได้
ร้านหนังสือที่เธอพามาเป็นร้านหนังสือเล็กๆมีสองชั้น เธอยิ้มทักเจ้าของร้านหญิงสาวผมสั้น ใส่ผ้ากันเปื้อน
ผมปล่อยให้เธอเดินเลือกหนังสือสักพัก ส่วนผมก็เดินดูรอบๆร้านคิดว่าวันหลังจะกลับมาอีก
เพราะมีหนังสือน่าอ่านหลายเล่มที่ไม่เคยเห็น เธอบอกว่าหนังสือบางส่วนเป็นงานของเจ้าของร้านกับเพื่อนๆเขียนกันเอง มีตั้งแต่งานทดลองจากแอฟริกา เรื่องสั้นจากอาร์เจนตินา ฯลฯ พวกเขามีกลุ่มเพื่อนกระจายอยู่ทั่วโลก ป้าของเจ้าของร้านเป็นคนแปลเป็นภาษาไทยให้ เป็นร้านที่น่าสนใจดี
เดินไปไม่ไกล ก็ถึงสถานี เราซื้อข้าวกล่อง เลือกคนละสองชนิด เป็นอาหารทั่วไป ไม่ใช่อาหารแมวหรือปลาย่างอย่างที่ผมคิดตอนแรก ระหว่างทางเธอก็คุยกับแมวบ้าง เล่นกับมัน และดูเหมือนว่าจะไม่สนใจสิ่งอื่นใดเลย
ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง รถไฟเราก็มายังสถานีปลายทางติดทะเล เราเดินไปนั่งเล่นที่ริมหาด
ที่นั่นเราไม่ได้คุยอะไรกันมาก ผมปล่อยให้เทปบันทึกเสียงอัดเสียงลม เสียงทะเล เสียงคนที่อยู่บริเวณนั้น
กล่องอาหารว่างเปล่า เราสองคนกินจนเกลี้ยง เธอนั่งอ่านหนังสือที่ซื้อมา ผมไปเล่นบอลกับเด็กๆแถวนั้น บทสัมภาษณ์ที่ตั้งใจจะเขียนก็กลายเป็นจบแบบนี้ไป อีกไม่นานผมคงถูกไล่ออกจากสำนักพิมพ์
บันทึกโพสใน Uncategorized | Leave a Comment »
พฤศจิกายน 7, 2009 โดย yrna
บ้านช้างอยู่ในหุบเขา มีช้างชรา และช้างป่วยอยู่ที่นี่ 8 เชือก กับช้างป่าอีกหนึ่งตัว
มีสัตว์แพทย์คนหนึ่งเป็นคนดูแลกับอาสาสมัครสองสามคน หนึ่งในนั้นเป็นสตรีชาวญี่ปุ่น
ผมกับเธอเคยพบกันนานมาแล้วที่ประเทศอินเดีย เธอเรียนจบวิทยาลัยต่างจังหวัดที่บ้านเกิดเธอ หลังจากนั้นเธอก็แบกกระเป๋าใบใหญ่ ออกจากบ้าน เดินทางทั่วเอเชีย
เธอคนนี้เองที่เป็นคนชวนผมมาที่นี่ ผมชอบวาดรูปช้าง แต่ก็วาดแบบไม่ถูกต้องนักกับความจริง
”นี่หมาจมูกยาวมิใช่หรือ” นี่คือความเห็นของเธอต่อภาพวาดของผมครั้งนั้น
ไปรษณียบัตรที่ส่งมาเดือนสิงหาคม กว่าผมจะหาข้ออ้างในการลางานประจำได้ก็ปลายตุลา
ผมหวังว่าเธอยังอยู่ที่นั่น
ผมใช้เวลาหนึ่งคืนในการเดินทาง ออกจากสถานีต้นทางเวลาหัวค่ำ อยู่บนรถไฟเชื่องช้า
ผู้คนบางตา หนึ่งวันมีเพียงหนึ่งขบวน ระหว่างทางผมมองดูดาว คิดถึงวันวาน ผมกับพ่อก็เคยนั่งรถไฟสายนี้ครั้งนึง ตอนนั้นเรามาเที่ยวน้ำตกกัน ผมถึงสถานีปลายทางเมื่อรุ่งสาง สถานีเล็กๆของเมืองเล็กๆ ฝนตกเบาบาง เป็นธรรมดาของที่นี่ ผมเดินออกจากสถานีไปเพื่อต่อรถรางเข้าไปในหุบเขา
เดินผ่านร้านค้าบริเวณหน้าสถานีที่กำลังเปิด หยุดดูแผนที่เมืองและเดินไปทางทิศตะวันตกเพื่อขึ้นรถรางเที่ยวแรก 8 นาฬิกา รถรางสีส้มตัดกับสีเขียวของป่า เบาะเป็นสีฟ้า ตัวสถานีทำด้วยไม้เก่าๆ ผมหาอะไรรองท้อง ฟ้าค่อยๆสว่าง แต่ผู้คนก็ยังเงียบเหงา
8 นาฬิการถรางเคลื่อนออกช้าๆ เข้าไปในหุบเขาฝนโปรยปราย ไม่นานก็มาถึงสถานีบ้านช้าง
สถานีบ้านช้างเป็นจุดแวะพักเล็กๆ มีเพียงชานชาลากลางแจ้ง ป้ายทำด้วยไม้เขียนว่าบ้านช้าง ด้านหลังเป็นทุ่งสีเขียว อากาศสดใสขึ้นบ้างแล้ว ผมเดินออกจากสถานี ไปตามทางดินแดง สุดทางตีนเขาผมเห็นอาคารชั้นเดียวตั้งอยู่ ยังไม่ทันที่ผมจะเดินถึงอาคาร เธอก็ทักทายผมเสียงสดใส เธอเดินออกมาจากทุ่ง สวมหมวกชาวนา ใส่ชุดเหมือนชาวบ้าน ผูกผ้าขาวม้า ผมแทบจำเธอไม่ได้ เธอเดินมากับอาสาสมัครนักศึกษาสองคน ก่อนที่จะให้ทั้งสองเดินล่วงหน้าไปก่อน เราสองคนค่อยๆเดินตามไป
เธอมาอยู่ที่นี่หลายเดือนพอที่จะสื่อสารกับช้างได้อย่างสนิท กินข้าวด้วยกัน นอนด้วยกัน ดูดาวด้วยกัน บริเวณบ้านช้างกว้างขวาง ดาวสวย ภูเขาล้อมรอบ และยังมีแม่น้ำไหลผ่าน ช่วงเวลาบ่ายที่แสนเอื่อยเฉื่อย เราไปนอนเล่นกันที่นั่น เธอพาผมไปหาช้าง เป็นครั้งแรกที่ผมสัมผัสผิวช้าง ผิวหยาบกร้านของช้างชรา ความรู้สึกเหมือนเปิดหนังสือเก่าฝุ่นจับ แต่ละหน้าที่พลิกไปต้องใช้พละกำลังมหาศาล ผมลากมือไปตามตัวช้าง ช้างเอางวงมาเล่นกับผม เธอสอนให้ผมลูบและสัมผัสช้างอย่างเป็นมิตร
หลังจากนั้นเธอก็พาเดินลัดทุ่งสีเขียวที่ผ่านมา เธอบอกว่าบริเวณนี้เป็นที่ปลูกอาหารสำหรับช้าง มีทั้งต้นหญ้าที่สูงประมาณตัวคน พืชไร่ ผักผลไม้ เราเดินหายไปในทุ่ง มีเสียงลม เสียงผิวเราที่สัมผัสต้นหญ้า และเสียงช้างที่ร้องอยู่ไกลๆ ผมรู้สึกว่าผมมาไกลจากโลกใบเดิมที่เคยอยู่
กลับมาที่อาคารหนึ่งชั้นที่เป็นที่พักรับรอง เจอกับสัตวแพทย์ผู้ดูแล เขาเป็นคนที่สุภาพ เราคุยกันเล็กน้อยก่อนที่เขาจะออกไปดูแลสุขภาพช้างตามปรกติ เธอทำอาหารง่ายๆให้ผมกิน และเธอก็ขอตัวไปทำงานของเธอต่อ
คืนนี้นายแพทย์และอาสาสมัครหลายคนเข้าไปในเมือง เพื่อไปดูอาการของช้างตัวนึงถูกยิงแผลลึกในป่าอย่างกระทันหัน นายแพทย์บอกว่าในป่าค่อนข้างลำบากสำหรับคนไม่ชินเส้นทางในความมืดเช่นนี้ผมและเธอจึงไม่ควรไป บ้านช้างชรา มีแค่แสงจันทร์ ผมกับเธอ ช้าง ช้างที่ขยับเชื่องช้าในความมืด ผมกับเธอนั่งเล่นที่ลานกว้าง คุยกันเรื่อยเปื่อย เธอบอกผมว่า เธออาจไม่กลับไปบ้านที่ญี่ปุ่นแล้ว เธออาจรู้สึกดีๆบางอย่างกับสัตวแพทย์คนนั้น เธอรู้สึกเหมือนข้างในร่างเธอมีช้างอยู่ ฯลฯ ส่วนผมก็คุยถึงเรื่องสั้นที่เพิ่งอ่านเกี่ยวกับช้างหาย ของนักเขียนญี่ปุ่น ผมถามเธอว่ารู้จักนักเขียนคนนั้นไหม เธอบอกว่าเคยผ่านตาอยู่เหมือนกัน ผมบอกเธอว่าผมรู้สึกถึงเรื่องนี้เป็นพิเศษ เธอบอกว่าเธอจะไปลองหาอ่านดู เราคุยกันอีกหลายเรื่องในคืนที่ยาวนาน แต่ผมไม่ได้บอกอะไรอีกอย่างกับเธอ ความรู้สึกอีกอย่างที่อยู่ในใจ ระหว่างนั้นนายแพทย์โทรศัพท์เข้ามาบอกว่าตอนนี้เคลื่อนย้ายช้างไปที่โรงพยาบาล ช้างปลอดภัยแล้ว ไม่ต้องห่วง เขาและอาสาสมัครคงต้องค้างที่โรงพยาบาล คืนนี้ไม่มีแอลกอฮอล์ ไม่มีบุหรี่ ผมไปส่งเธอที่ห้องพัก แล้วผมก็ออกไปเดินเล่นลำพัง
ผมพบเธออีกที เธอตั้งครรภ์ กว่า 20 เดือนถึงคลอด เป็นเด็กผู้ชายน่ารักและแข็งแรงทีเดียว ผมมาพักผ่อนที่นี่บางครั้ง มาวาดรูปช้าง วาดเท่าไหร่ก็ยังไม่เหมือนช้างจริงๆเสียที
___________________________________________________________
*เรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องแต่งที่ได้รับความรู้สึกจากการไปเยี่ยมชม
บ้าน ช.ช้างชรา จ.กาญจนบุรี
www.elephantsworld.org/
เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ช่วยเหลือช้างชราและช้างเจ็บป่วย
บันทึกโพสใน Uncategorized | Leave a Comment »
เขาโทรศัพท์มาหาผมตอนนั้น ตอนเช้าตรู่
ผมยังงัวเงีย
เขาพูดอะไรบางอย่างกับผม
ผมล้าจากเมื่อคืน จนฟังไม่ออกว่าพูดอะไร
เขาย้ำประโยคเดิมซ้ำๆ
เหมือนเป็นประโยคที่สำคัญ
เสียงอู้อี้เหมือนไกลอยู่อีกโลกหนึ่ง
อะไรสักอย่าง
ต่อด้วยเสียงบรรยากาศเปล่าๆ
แล้วเขาก็วางหูไป
ผมจำได้ว่าหลังจากนั้นเราก็ไม่เคยพบกันอีกเลย
บันทึกโพสใน Uncategorized | Leave a Comment »
อาคาร ๔ ของกรมขนส่ง ดูเศร้าสร้อย
อาจเป็นเพราะความชราของตัวอาคาร
หรือว่าเพราะอะไรก็ตาม ก็เป็นลักษณะเฉพาะตัวที่ทำให้ผู้คนที่เขามาจดจำ
ไม่ใช่ความรู้สึกของห้างสรรพสินค้า ไม่ใช่ความรู้สึกของหอศิลป์
แต่ที่นี่คืออาคาร ๔ ของกรมขนส่ง
อุปกรณ์ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย
ทำให้รู้สึกเหมือนอุปกรณ์ในยานอวกาศของภาพยนตร์ยุคก่อน
ผมเหมือนกำลังทดสอบการเป็นนักบินอวกาศ
ทดสอบตาบอดสี
เธอให้จ้องเข้าไปในตาของเธอ ในตาของเธอมีเม็ดสี
เมื่อผมมอง
สีฟ้าครับ สีฟ้าน้ำทะเลครับ สีฟ้าท้องฟ้าวันสดใสครับ ในดวงตาเธอมีแต่สีฟ้าไล่เฉดสีกัน
ผมอยากรู้จักเธอมากกว่านี้
“เชิญคนต่อไปค่ะ” เธอยิ้มให้ไม่เห็นฟัน
หลายคนที่รอการทดสอบคุยกันเหมือนรู้จักกันมานาน
ผมนึกอิจฉา บางทีผมก็อยากมีนิสัยแบบนั้นบ้าง
ผมเดินเล่นในระหว่างที่รอขั้นตอนต่อไป
ผู้คนเดินไปมาระหว่างชั้นต่างๆ มีภาพอุบัติเหตุทางถนนให้เตือนใจในการขับรถ
คนที่เดินอยู่มีทั้งคนปัจจุบันและคนในอดีต บางอย่างทำให้เราไม่อาจรู้จักกัน
ผมคิดอยู่เสมอว่าถ้าตัวผมตายผมอยากสลายไป หรือหายไปในป่า
ผมไม่อยากเหลือซากให้ใครมาบันทึกภาพไว้
ฝุ่นล่องลอยในอาคาร ๔ จากห้องหนึ่งไปอีกห้องหนึ่ง
เก้าอี้เก่าที่ไม่ได้ใช้วางซ้อนกันที่มุมตึกด้านใน
“ฝุ่นจะไปรวมกันที่นึง” พนักงานทำความสะอาดบอก
“ถ้าคุณอยากรู้ว่าไปรวมที่ไหน ก็ลองเดินตามไป”
ผมมองตามฝุ่นที่ล่องลอยไป ในทิศทางเดียวกัน
“ด้วยความหวังดี ถ้าคุณไม่ใช่ฝุ่น อย่าคิดจะเดินไปเลย” พนักงานทำความสะอาดพูดอีกครั้ง
ก่อนเดินผ่านไป
หมอกเริ่มลง ไม่มีใครแปลกใจ
ผมเห็นหมาป่าเดินผ่าน ถ้าใครทำเอกสารหล่นอาจหาไม่เจอ
พวกหมาป่าชอบขโมยเอกสารไป ไม่มีใครเคยต่อรองกับหมาป่า
คงเสียเวลา สุดท้ายหมาป่าก็เอาเอกสารไปอยู่ดี เอกสารสำคัญต้องรักษาไว้ให้ดี
ผมพบกับเธอที่มีตาสีฟ้าหลายสีอีกครั้งที่โรงอาหารในเวลาพักกลางวัน
ผมเดินเข้าไปคุยกับเธอ
“ดวงตาคุณสวย”
“หลายคนค่ะ ที่บอกแบบนี้”
“คุณเห็นสีอื่นๆในตาคนอื่นบ้างไหม”
“ไม่ค่ะ แต่ก็มีตาบางคนที่แปลกๆ”
“อย่างเช่น…”
“อย่างเช่นคุณ ในตาคุณมีแมว และแมวก็กระโดดไปมา”
“จริงหรือครับ ผมไม่เคยสังเกต”
“มันจะออกมาเวลาคุณหลับ” “และอย่าร้องไห้บ่อยนะคะ แมวจะเปียก ฝุ่นก็อันตราย อย่าขยี้ตาด้วย เดี๋ยวแมวจะยับค่ะ” ยิ้มคราวนี้เห็นฟันสีขาวๆของเธอเล็กน้อย
ผมเดินเรื่อยเปื่อยมาจนถึงปลายทางฝุ่นจนได้
ห้องเล็ก พนักงานทำความสะอาดคนนั้นกำลังต้อนฝูงฝุ่นให้เข้าไปในห้อง
ผมยิ้มทักทายเขา
“สิ่งที่ควรระวังที่สุดคือไม่ให้ใครเปิดประตูนี้”
“มีฝุ่นที่ไม่ยอมเข้าไปในห้องนี้ไหม”
“มีสิ บางตัวชอบไปเกาะอยู่ที่หน้าต่าง หรือไม่ก็ตามตัวของหญิงสาวสวยๆ”
และผมก็เดินจากเขาออกมาเพราะรู้สึก
เหมือนมีฝุ่นเข้าตาและผมก็ไม่กล้าขยี้เพราะกลัวแมวจะยับ
วันนั้นผมรอทำใบขับขี่อยู่นาน
บันทึกโพสใน Uncategorized | Leave a Comment »