ระยะหลังเธอดูเย็นชากับผม จะไม่พูดอะไรจนกว่าผมเอ่ยปากก่อน
ตาเหม่อลอย ไปทางอื่น ถึงจะมองผมก็เหมือนมองทะลุผมไปข้างหลัง
และผมก็พบซิปอยู่กลางหลังเธอในคืนหนึ่งที่เธอนอนหันหลังให้
คืนนั้นผมไม่กล้าเปิดซิปนั้นออก
คืนต่อมาผมรวบรวมความกล้าดึงซิปนั้นลงช้าๆ
เสียงซิปเหมือนเสียงคนเอาเหล็กปลายแหลมขูดไปบนพื้นปูน
ผมดึงซิปเธอจากท้ายทอยลงมาถึงเอว
ผมเอาหัวยื่นเข้าไป ข้างในค่อนข้างมืด
สองข้างทางเป็นต้นไม้ ผมเดินตามทางเดินไปพบบ้านไม้หลังเล็กเปิดไฟสีเหลืองอยู่
ผมมองเข้าไปเธอกำลังนั่งอ่านหนังสืออย่างมีความสุข
ผมกลับออกมารูดซิปปิดเหมือนเดิม
วันนั้นผมนอนไม่หลับ
เช้าตื่นมาเธอยังเย็นชา และไม่พูดอะไรหากผมไม่เป็นฝ่ายพูดกับเธอก่อน
ตกกลางคืน ผมรูดซิปเข้าไปหาเธอ ไปมองใบหน้าที่มีความสุขของเธอ
นอกจากอ่านหนังสือ บางทีเธอก็ทำสวน บางทีเธอก็ทำอาหาร ผมคิดถึงกลิ่นและรสชาติอาหารที่เธอเคยทำ บางวันเธอออกไปเดินป่าลำพัง ผมแอบเดินติดตามอยู่ห่างๆ
กลางวัน ผมอยู่กับเธอที่ไร้อารมณ์และความรู้สึก
กลางคืน ผมพบเธอที่มีความสุขแต่ก็ได้มอง
มันเริ่มเป็นอย่างนี้ตั่งแต่เมื่อไหร่กัน
ฉันชอบเรื่องเล่าแบบนี้นะ
แต่ก่อนทึ่จะมาเข้าใจว่าทำไมเธอถึงเป็นแบบนั้น ก็ต้องถามตัวเองก่อนเหมือนกันว่าเราทำอะไรให้เธอไม่สบายใจก่อนหรือเปล่า
เรื่องเล่าทำให้เราเข้าใจอยู่ด้านเดียว ส่วนด้านที่เหลือคือการคาดคะเนและตั้งข้อสงสัย
ps. กำลังทำมาลัยแบงค์สิบอย่างขะมักเขม้น lol ตั้งใจซ้อม!
งานวีเอสอ๊ะเปล่า?
เค้าไปด้วยดิ!
ขอบคุณครับ!! แต่ว่าเรายังไม่ได้ซ้อมดนตรีกันเลย ฮาๆ
น่าสงสารผู้ชายคนนั้นจังเลย