หมาป่าแอบมองเธอยู่นานแล้ว
หมาป่าจะหอนเสียงดังไปทั่วป่า แอบมองจากที่ไกล
เรามาเดินป่ากัน มีเธอ ผมที่เป็นเพื่อนสนิทเธอ และเพื่อนเราอีกสองคน
ทุกที่ๆเราไปจะมีเสียงหอนของหมาป่า
ไม่ว่ากลางวันหรือกลางคืน
เราเดินป่ากันอยู่เจ็ดปี
เจ็ดปีที่หมาป่าแอบมองเธออยู่ที่ไกล
ไม่เคยเข้ามาใกล้
ผมเคยเจอกับหมาป่าครั้งนึงตอนกลางดึก
มันจ้องมองผมเหมือนจะทำร้าย
มันอาจเข้าใจว่าผมเป็นคนรักของเธอ
แต่เปล่าผมเป็นแค่เพื่อนสนิท
หมาป่าแอบมองอยู่อย่างนั้นไม่เคยเข้ามาคุย
เจ็ดปีต่อมาบางคืน เธอว่ายังได้ยินเสียงของหมาป่าอยู่ไกลๆ
เบาๆ ที่ไหนสักแห่ง
บันทึกโพสใน Uncategorized | 2 Comments »
สมัยนั้น เราจะไปไหนมาไหนด้วยกัน
ไปทุ่งกว้างบนเขา ผมจะมองเขาเขียน คำลอยๆ บนพื้น
คำที่ผมไม่เข้าใจความหมาย
เขียนสั้นๆ เหมือนจะเป็นคำหรืออาจเป็นประโยค
เขียนด้วยขนาด ที่ไม่เล็ก ไม่ใหญ่
บางทีเราไปทะเล
เขาเขียนคำใหม่ๆที่ยังรอความหมายอยู่
เขาพยายามเขียนมันบนคลื่น
อีกครั้งเราไปสวนสนุก
บนรถไฟเหาะตีลังกา เขาเขียนเร็วมาก ผมมองไม่ทัน
ตอนลงจากรถไฟแล้ว ผมต้องถามเขาอีกทีว่าเขียนอะไร
เราไปหลายที่ แปลกที่เราไม่เคยไปต่างประเทศด้วยกัน
เวลาที่ไปต่างประเทศเขาจะไปคนเดียว เขาจะไปเขียนอะไรที่ไหนหรือเปล่า ผมไม่อาจทราบได้
นั่นคือสมัยก่อน
ปัจจุบัน เราไม่ได้ไปไหนมาไหนด้วยกันแล้ว
ผมยิ่งไม่รู้เลยว่าเขายังเขียน คำใหม่ๆ บ้างหรือเปล่า
ผมชอบคำของเขา ผมลองเขียนคำแบบเขาบ้าง
แต่ก็เขียนไม่ได้
เขาอายุมาขึ้น ยังชอบเดินทางไปที่ไกลเหมือนสมัยก่อน
ผมอดห่วงเขาไม่ได้ เพราะสายตาเขาเริ่มเสื่อม ไม่สามารถมองเห็นเวลากลางคืน หูไม่ค่อยดี ผมบอกว่าจะไปไหนให้บอกผม เราจะไปด้วยกันเหมือนเมื่อก่อน เขาก็ไม่ฟัง
เราต่างก็เดินทางไปไกลๆ นานๆจะพบกัน
ผมไม่กล้าพูดเรื่องอดีตกับเขา เขาอาจไม่ชอบ
เราพูดแต่เรื่องทั่วไป อากาศ ธรรมชาติ
ผมชวนเขาไปเที่ยวบ้าน เขาจะไปถึงแค่เพียงหน้าบ้าน
มองเขาไปในบ้าน บอกว่าจะบ้านสวยดี
ผมชวนเขาเข้าไปข้างใน ผมอยากทำอาหารให้เขากิน อยากให้เขาฟังเพลงที่ผมแต่ง หนังสือที่ผมเขียน
เขาจะปฏิเสธ และจะหายหน้าไปอีกนาน
หลังๆ ผมไม่อยากให้เขาหายหน้าไปนาน ผมจึงชวนเขามาแค่หน้าบ้าน
ให้ดูสวน สวนที่เขาแนะนำให้ปลูก บางครั้งที่ผมออกจากบ้านเดินทางไปไกล
กลับมาพบว่าสวนยังไม่ตาย เขาจะมาดูแลให้ในบางวัน
“คุณมีเพลงที่ชอบไหม” ผมถาม
เขาจะตอบว่าฟังได้หมด
“แล้วหนังสือละ”
“ผมอ่านได้หมด”
“อยากไปเที่ยวที่ไหนไหมวันหยุดนี้”
“ที่ไหนก็ได้ไม่มีปัญหา”
นั่นคือคำตอบสามัญของเขา
ผมยังนึกถึงวันเก่าๆเสมอ เสื้อเชิ้ตสีน้ำตาลเลือดหมูที่เขาชอบใส่
รองเท้าแตะสีน้ำตาลอ่อน หรือภาพเขาขับรถเมื่อมองจากข้างหลัง (สมัยนั้นผมมักจะนั่งเบาะหลัง)
ครั้งสุดท้ายที่เราพบกัน
ผมแอบเห็นเขาก้มเขียนอะไรที่สวน
เมื่อเขากลับไปแล้ว ผมเดินไปดู
คำที่สวยงาม เขาเขียนไว้อย่างเงียบสงบที่นั่น
แล้วเราคงไม่ได้เจอกันอีกนานแสนนาน
เย็นวันนั้นก่อนพระอาทิตย์จะลับฟ้า
ผมรู้สึกเหมือนโลกนี้ไม่เหลือใคร
และผมอยู่ในสวนสุดท้ายของจักรวาล
บันทึกโพสใน Uncategorized | 1 ความคิดเห็น »
บ่ายวันนั้น
เปิดเพลงวนไปทั้งวัน
เพลงกีต้าร์ตัวเดียวเล่น คลอกับเสียงร้องล่องลอย
อัดด้วยเครื่องอัดเสียงธรรมดา เสียงไม่ค่อยชัด
เธอส่งมาให้ทางไปรษณีย์เมื่อเช้า
ส่งมาพร้อมกับจดหมายสั้นๆ
ซองสีเหลืองอ่อน
เธอไม่ค่อยพูด ไม่ค่อยสื่อสาร ไม่ขี้รำคาญ
ชอบความเงียบ แต่ก็ไม่เคยด่าความอึกทึก
วันว่างเธอจะปลูกต้นไม้ อ่านหนังสือบ้าง ไม่ดูโทรทัศน์ ไม่สนใจภาพยนตร์
บ่ายวันนั้น เหมือนฝนจะตก
ผมฟังเพลงของเธอวน
อ่านข้อความสั้นๆในจดหมาย นึกถึงเรื่องราวของเธอ
นึกถึงเรื่องของตัวเองในปัจจุบัน
นึกถึงคนอื่นๆที่รู้จัก
บันทึกโพสใน Uncategorized | ไม่ให้ใส่ความเห็น
ทุกครั้งที่เธออ่านงานเขียนของนักเขียนคนนั้น
เธอจะฝันร้าย ในฝันร้ายเธอจะพบผม ผมเป็นส่วนหนึ่งในฝันร้ายนั้น
ฝันประหลาดในป่าหมอก มีปีศาจร้าย ผมเป็นคนขับรถม้าให้ปีศาจ
ผมแอบมองใบหน้าเธอ อ่อนหวาน แอบมองดวงตาเธอ สดใส
หลายสัปดาห์ผ่านไป
เธอบอกกับเพื่อนว่า จะเลิกอ่านหนังสือของนักเขียนคนนั้นแล้ว
เพราะมันทำให้เธอเหนื่อยกับการฝันร้าย
นั่นเท่ากับผมคงไม่ได้พบเธออีก
บันทึกโพสใน Uncategorized | ไม่ให้ใส่ความเห็น
ตอนแรกที่มาทำงานที่นี่ คิดว่าแมวคงเป็นยามประจำบริษัท
เพราะแมวจะนั่งอยู่ที่หน้าประตูทั้งวันทั้งคืน แทบจะไม่ได้ลุกเดินไปไหน
ทุกคนสนิทกับแมว ยกเว้นผมที่เพิ่งเข้ามาทำงาน
เจอกันก็ยิ้มให้กันบ้าง บางวันลืมยิ้มก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร
คุยกันไม่กี่คำ ลืมไปแล้วว่าคุยกันเรื่องอะไร อาจเกี่ยวกับลายเสื้อที่ใส่
ทุกคนรักใคร่แมว เหมือนแมวเป็นศูนย์กลางของที่นี่
ยังไม่ทันจะเริ่มสนิทกับแมว ผมก็ลาออกจากบริษัทไปเสียก่อน
เมื่อนึกย้อนไป ผมจำใครไม่ได้เลยนอกจากแมว
ทั้งๆที่ผมก็ไม่ได้รู้จักเขาสักเท่าไหร่
บันทึกโพสใน Uncategorized | ไม่ให้ใส่ความเห็น
กลางดึก เธอมาหาผม
คงมีเรื่องอะไรบางอย่าง เธอเหมือนจะบอกอย่างนั้น
สีหน้าเธอไม่สู้ดี แต่เธอก็ยังฝืนยิ้มให้ผมหนึ่งที
เหมือนว่าเธอจะพูดอะไร แต่เธอก็ไม่ได้พูด
เหมือนว่าเธออยากจะเล่าอะไร แต่เธอก้ไม่ทำ
เธอขอยืมกระดาษเปล่า ดินสอ
และขอพื้นที่นั่งเขียนอะไรสักอย่าง
ผมไปหาเครื่องดื่มร้อนๆให้เธอ
เธอเริ่มเขียน เขียนยาวยืดโดยไม่หยุด
ไม่แม้แต่จะหันมามองตอนผมเอาโอวัลตินร้อนไปให้
เธอนั่งเขียนอยู่อย่างนั้น เมื่อกระดาษจะหมด ผมก็เตรียมอีกแผ่นไว้ให้
คืนนั้นยาวนานกว่าทุกคืน
เธอเขียนจนสว่างและก็หลับไป
ผมจัดกองกระดาษให้เป็นระเบียบ แต่ก็ไม่สามารถเรียงได้ว่าแผ่นไหนมาก่อน
หาผ้าห่มมาห่มให้เธอ และผมก็ไปนั่งรอข้างนอกบ้าน
พอตอนบ่ายเธอก็ขอตัวกลับไป
บันทึกโพสใน Uncategorized | ไม่ให้ใส่ความเห็น
เขานอนอยู่บนสนามหญ้ารกร้าง ในวันที่เขาพ่ายแพ้ทุกอย่าง
มันเป็นเวลากลางคืน ที่พระจันทร์สว่าง ถนนสายยาว เปลี่ยวไม่มีใคร
ไม่มีรถวิ่งสักคัน เขานอนมองจันทร์ฟังเสียงลม คิดถึงเรื่องที่เสียใจ
เขานอนจนหญ้าขึ้นบนร่างกาย
ขึ้นบนสิ่งของของเขา
ข้าวของเครื่องใช้ที่บ้าน
ของที่เคยให้ใครไป
หนังสือที่เพื่อนยืมไป
บางคนไม่เข้าใจว่าทำไม่ของชิ้นนี้ถึงมีหญ้างอกขึ้นมา ของสิ่งนี้เป็นของใคร
หนังสือเล่มนี้ยืมใครมา เก้าอี้ตัวนี้ใครเคยใช้ หญ้ารกร้างขึ้นสูง ปล่อยทิ้งไว้
บ้างก็ตัด บ้างทนไม่ไหวก็โยนทิ้งไป
เขายังนอนอยู่อย่างนั้น ตรงนั้น วันคืนหยุดอยู่แค่นั้น คืนที่พระจันทร์สว่างสวย
บันทึกโพสใน Uncategorized | ไม่ให้ใส่ความเห็น


ThirdClassCititzen’s Party
Willam Warren Library
17.07.09
นั่นเป็นการแสดงสดครั้งแรกของวง เรายังซ้อมกันไม่ดีนัก และเรื่องซาวน์เช็คก็ยังมีปัญหา
ซ้อมครั้งแรก หลังจากที่โบกลับมา เริ่มต้นอย่างไม่ค่อยเข้าที่เข้าทาง เราไม่ได้เล่นดนตรีด้วยกันกว่าสองปี รวมถึงผมไม่ได้มาบ้านโบกว่าสองปีเช่นกัน เด็กที่บ้านโบโตเร็วอย่างน่าตกใจ แต่ตัวบ้านทุกอย่างเหมือนไม่ได้เปลี่ยนไป โบบอกว่าช่วงนี้ไม่ได้ดูอะไร ไม่ได้ฟังอะไร ส่วนผมตั้งแต่ทำงานประจำ พลังการสร้างสรรค์ก็หมดไป เราเล่นเพลงที่จะใช้เล่นไปสองรอบ ยังไม่ดีขึ้น
ลองเปลี่ยนไปนั่งตรงหน้าต่างข้างๆเครื่องซักผ้า ฝนก็เริ่มตก เวลามองไปที่ท้องฟ้า เหมือนท้องฟ้าจะดึงเราสองคนกลับมา และอะไรๆก็เริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้น
ถ้าโบไม่กลับมาช่วงนี้ ก็คงเล่นเพลงที่ไม่มีคนร้อง เป็นเพลงที่มีเสียงกีต้าร์กับเสียงเปิดหนังสือ
เพลงโล่งๆเหมือนสมุดเปล่ามีแต่บรรทัด โบกลับมาสักพัก ผมถึงนึกขึ้นมาได้ว่าชวนโบมาเล่น ด้วยกันดีกว่า เวลาไม่มากนัก เราซ้อมกันครั้งที่สองหลังซาวน์เช็ควันที่จะเล่นจริง เรามานั่งที่ระเบียงชั้นสาม มองท้องฟ้าเช่นเคย ท้องฟ้าเวลาเย็น เราตกลงกันจะใช้เสียงเพื่อนๆ จากเทปเก่าตอนเราไปเที่ยวทะเลกันตอนปีหนึ่งในช่วงกลางของเพลง ไม่รู้ว่าพวกเราจะมาดูกันบ้างหรือเปล่า
วงเราเล่นเป็นวงแรก ห้องสมุดที่เล็กลงไปอีก ไม่มีท้องฟ้าให้เรามอง มือผมสั่นอีกแล้ว ทุกครั้งที่ต้องเล่นต่อหน้าคนดู ในความมืด ผมนั่งบนเก้าอี้ที่มีขนสีแดง นั่นทำให้ตอนลุกขึ้นหลังผมเปื้อนสีแดง ผมจมลงไปทั้งตัวเหลือแต่มือสองข้างชูกีต้าร์ขึ้นเหนือเก้าอี้ โน้ตบางตัวไม่ได้เล่น เวทีเล็กนิดเดียว ระหว่างผมกับโบถูกกั้นด้วยป่าดงดิบแต่ก็ยังพอมองเห็นกันได้ โบหยิบหนังสือเล่มที่ชอบออกมาจากชั้นหนังสือ อ่านไป เพลงนี้ยาวเกือบสิบปี คนทำวิดีโอคือคุณปราบ คุณปราบทำวิดีโอมายาวพอดี ไม่ขาดไม่เกิน เพลงของเราจะจบพอดีกับวิดีโอของเขา หลังจากยื้อไม่ให้จมลงไปในเก้าอี้ ผมก็ตัดสินใจปล่อยให้จม เสียงกีต้าร์ก็หายไป โบยังร้องคลอไปกับเสียงอากาศ
ผมหายไปฮาวาย ไปเดินหาสายกีต้าร์สายหนึ่งที่ขาดไปตั้งแต่เล่นท่อนแรกจบ สายกีต้าร์เส้นนี้ทำจากขนแกะ แกะจะอยู่ที่ฮาวายซะที่ไหน มันน่าจะอยู่ในนวนิยายของใครบางคนมากกว่า ผมกลับมาหาในห้องสมุด เดินข้ามป่าดงดิบมาเจอโบ เราเล่นอีกเพลงในระหว่างที่เรากำลังเล่นอีกเพลง เพลงที่ยาวไม่ถึงสี่นาที เพื่อนเรามาดูยืนอยู่สุดห้องสมุด บางคนดูจากเชียงใหม่ บางคนดูจากเกียวโต สมาชิกวงเราอีกคนเล่นคีย์บอร์ดอยู่ที่ซานฟรานซิสโก เพลงที่ยาวเกือบสิบปีจบไม่พอดีกับวิดีโอที่ยาวเกือบสิบปี คุณปราบฟังผิดทำวิดีโอยาวหนึ่งร้อยปี เราเลยต้องเล่นช่วงหลังของเพลงไปอีกเก้าสิบปี คนดูออกไปทำงาน เดินทางแล้วก็กลับมาฟังต่อ ส่วนเราก็ออกไปทำงาน เดินทางแล้วก็กลับมาเล่นต่อ หนึ่งร้อยปีไม่นานเกินไป เราเล่นเพลงนี้จบคนดูปรบมือ โบลืมร้องไปท่อนนึง หลังจากปรบมือจึงร้องต่อ คนดูจึงปรบมืออีกครั้งพวกเราเอาเปรียบพวกเขาไปหรือเปล่านะ
บันทึกโพสใน Uncategorized | 8 Comments »
ใครสักคนในบ้านคงให้เธอมาอ่านหนังสือให้ผมฟัง
เธอจะเป็นคนเลือกหนังสือเอง ส่วนมากเป็นนวนิยายเก่าๆ
เธอจะอ่านออกเสียงให้ผมฟัง อ่านไปได้หนึ่งหน้าเสียงก็จะเงียบไป
เธอไม่ได้หลับเพราะผมยังได้ยินเสียงเปิดหนังสือเบาๆ
สักพักเธอก็จะอ่านต่อเองแต่ว่าเป็นหน้าที่เท่าไหร่ไม่รู้
ผมไม่เคยเข้าใจเรื่องทั้งหมดเลยของนวนิยายแต่ละเรื่องที่เธออ่าน
เธออ่านไปสองสามร้อยเล่ม หมดนวนิยายก็ไปเป็นเรื่องสั้น งานแปล
วิธีอ่านก็ยังเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง แรกๆผมก็คอยบอกเธอว่าคุณลืมออกเสียง
เธอก็ขอโทษและอ่านออกเสียงต่อ สักพักเธอก็กลับไปอ่านในใจอีก
แต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกเดือดร้อนอะไร เสียงเปิดหนังสือ เสียงนกร้องข้างนอก เสียงที่เธอขยับตัว
หลังๆ ผมจึงปล่อยให้เธออ่านในใจอยู่อย่างนั้นต่อไป
บันทึกโพสใน Uncategorized | 6 Comments »
ระยะหลังเธอดูเย็นชากับผม จะไม่พูดอะไรจนกว่าผมเอ่ยปากก่อน
ตาเหม่อลอย ไปทางอื่น ถึงจะมองผมก็เหมือนมองทะลุผมไปข้างหลัง
และผมก็พบซิปอยู่กลางหลังเธอในคืนหนึ่งที่เธอนอนหันหลังให้
คืนนั้นผมไม่กล้าเปิดซิปนั้นออก
คืนต่อมาผมรวบรวมความกล้าดึงซิปนั้นลงช้าๆ
เสียงซิปเหมือนเสียงคนเอาเหล็กปลายแหลมขูดไปบนพื้นปูน
ผมดึงซิปเธอจากท้ายทอยลงมาถึงเอว
ผมเอาหัวยื่นเข้าไป ข้างในค่อนข้างมืด
สองข้างทางเป็นต้นไม้ ผมเดินตามทางเดินไปพบบ้านไม้หลังเล็กเปิดไฟสีเหลืองอยู่
ผมมองเข้าไปเธอกำลังนั่งอ่านหนังสืออย่างมีความสุข
ผมกลับออกมารูดซิปปิดเหมือนเดิม
วันนั้นผมนอนไม่หลับ
เช้าตื่นมาเธอยังเย็นชา และไม่พูดอะไรหากผมไม่เป็นฝ่ายพูดกับเธอก่อน
ตกกลางคืน ผมรูดซิปเข้าไปหาเธอ ไปมองใบหน้าที่มีความสุขของเธอ
นอกจากอ่านหนังสือ บางทีเธอก็ทำสวน บางทีเธอก็ทำอาหาร ผมคิดถึงกลิ่นและรสชาติอาหารที่เธอเคยทำ บางวันเธอออกไปเดินป่าลำพัง ผมแอบเดินติดตามอยู่ห่างๆ
กลางวัน ผมอยู่กับเธอที่ไร้อารมณ์และความรู้สึก
กลางคืน ผมพบเธอที่มีความสุขแต่ก็ได้มอง
มันเริ่มเป็นอย่างนี้ตั่งแต่เมื่อไหร่กัน
บันทึกโพสใน Uncategorized | 4 Comments »